Boarding Pass (Wedding Card) goes Pink

เมื่อวานนี้มีนัดคุยงานกับว่าที่เจ้าสาวและว่าที่เจ้าบ่าวที่โทรมาคุย

เรื่องการ์ดแต่งงาน Boarding Pass เมื่อสัปดาห์ก่อน

 

หลังจากทั้งคู่ได้ดูตัวอย่างการ์ด Boarding Pass และการ์ดแบบอื่น

ของเรา ก็ตกลงให้เราทำการ์ดแต่งงานให้ แต่ขอเปลี่ยนโทนสีและ

รายละเอียดบางส่วน (ซึ่งก็เยอะเหมือนกันนะเนี่ย) เพื่อให้เข้ากับ

คอนเซปต์ที่ทั้งคู่วางไว้ 

 

คราวนี้… Love Flight กลายเป็น Pinky Flight ไปซะแล้ว

 

หลังต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นวันแต่งของทั้งคู่ เราจะเอาการ์ด

มาให้ดูกันว่า การ์ดของ A/H กับ F/O คู่นี้หน้าตาเป็นยังไงกันบ้าง 

(สงสัยใช่มั้ย ว่าย่อมาจากอะไร เดี๋ยวเห็นการ์ดก็รู้แล้วละ)

 

รับรองว่าน่ารักเชียว

 

การ์ดแต่งงาน Boarding Pass

 Love Flight Wedding Pass

 

การ์ดแต่งงาน Boarding Pass: Love Flight ขายได้อีกแล้ว…

 

วันนี้มีสาวแอร์โฮสเตสสนใจโทรมาติดต่อเรื่องการ์ดแต่งงาน 

Boarding Pass เพิ่มอีกราย เราคุยกันในรายละเอียดเบื้องต้น 

เรื่องราคาและจำนวนการ์ดที่ต้องการใช้

 

เรื่องที่ว่าที่เจ้าสาวและว่าที่เจ้าบ่าวค่อนข้างห่วงก็คือ ระยะเวลา

ในการพิมพ์การ์ดจะเสร็จทันหรือเปล่า ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่า

ทั้งคู่จะมีงานแต่งงานต้นเดือนพฤษภาคมนี้แล้วน่ะสิ

 

ว่าที่เจ้าสาวยังแอบถามอีกด้วยว่าการ์ดแบบนี้มีคนสั่งทำเยอะไหม…

เพราะเกรงว่าการ์ดจะโหลเกินไป มีคนพิมพ์เยอะแแล้ว

 

สำหรับการ์ด Boarding Pass ของเรา…ถึงแม้จะเคยมีคนสั่งพิมพ์แล้ว

และมีคอนเซปต์เหมือนกัน แต่รับรองว่าไม่เหมือนใครแน่นอน 

(100% Originality Guarantee) เพราะการ์ดของเราเป็นแบบกึ่งสำเร็จ

สามารถปรับรายละเอียดบางส่วนได้ เช่น คู่สี ธีม คำให้เป็นเรื่องราว

ของทั้งคู่จริง ๆ โดยที่รูปแบบหลักยังคงเหมือนเดิม จึงใช้เวลาในการทำ

ไม่นานเท่ากับการ์ดที่ต้องออกแบบใหม่ทั้งหมด 

 

การ์ดแบบนี้เหมาะมากสำหรับคู่ที่ต้องการการ์ดมีคอนเซปต์

ในเวลาอันจำกัด และประหยัดเงินในกระเป๋านะ

 

ที่หนึ่งหรือที่ว่าง

กริ๊งกริ๊งกริ๊ง
 
เย็นวันหนึ่งเพื่อนรักโทรมาหาบอกว่ามีปัญหา ไอ้เราก็เล่นมุขซะเลย
บอกว่าไม่ตอบจ้ะ แต่ เอน้ำเสียงปลายทางเงียบไปสักครู่ ไม่ต่อมุขแฮะ ฉันก็เลย
หยุดคึก หันมาทำน้ำเสียงจริงจังขึ้นอีกนิดสงสัยว่าเพื่อนจะมีปัญหาหนักอกหนักใจ
แล้วก็เป็นดังที่คิด

 

เพื่อนรักเริ่มระบายพรั่งพรูความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในใจทีแรกน้ำเสียงก็ราบเรียบดี

อยู่หรอก แต่เอ๊ะ จู่  ทำไมน้ำเสียงดันขาดช่วงแถมยังมีเสียงสะอึกสะอื้นแทรก

เป็นระยะ ชักแปลก  ฉันเริ่มใจไม่ดีเหตุการณ์มันจะหนักหนาไม่เนี่ยฉันคิดในใจ

แล้วเธอก็เริ่มเล่าว่า

 

พักนี้สามีสุดที่รักของเธอมีอาการแปลก ๆ วันทำงานจันทร์ถึงศุกร์กลับซะ

ดึกดื่น บอกว่ามีงานเลี้ยง วันเกิดเพื่อนบ้าง ไปส่งลูกน้องบ้างบางทีก็ติดเลี้ยงลูกค้า

พอกลับถึงบ้าน พ่อเจ้าประคุณก็สร้างโลกส่วนตัวนั่งเล่นเกมคอมพิวเตอร์ 

แชทกับเพื่อนในโลกไซเบอร์ คุยจนหนำใจ แล้วก็เดินเข้าห้องนอนหน้าตาเฉย

ซ้ำร้ายวันเสาร์อาทิตย์ก็อยู่ไม่ติดบ้านอย่างเก่งก็แค่ช่วงเช้าพอเข็มสั้นนาฬิกา

ชี้ที่เลขสิบสอง เขาก็เป็นหาเรื่องต้องออกจากบ้านไปห้างสรรพสินค้าบ้าง

ไปต่างจังหวัดกับเพื่อนบ้าง กว่าจะเข้าบ้านได้ ก็โน่นปาไปสี่ห้าทุ่ม

แถมพอกลับมาก็ยังไม่สนใจภรรยาอีกเข้านอนไปซะดื้อ ๆ 

 

ฉันตั้งอกตั้งใจฟังปัญหาของเพื่อน พอเล่าเสร็จ เพื่อนก็ถามว่าเธอต้อง

ทำยังไงฉันก็ตอบไปว่า สงสัยต่อมติสท์แตกล่ะมั้งแล้วก็ทั้งปลอบ ให้กำลังใจ

ให้สติ ให้เธอได้หยุดคิดถึงเหตุผลของฝั่งสามีบ้างก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปกว่านี้ 

 

เขาอาจอยากใช้ชีวิตโสดชั่วคราวไปอยู่กับเพื่อนอยู่กับงานที่ตัวเองรัก

อยู่กับตัวเองแต่ไม่ได้ หมายความว่า เขาเห็นเราเป็นอากาศธาตุ หมดความหมาย

 

เธอคิดเลยเถิดถึงขั้นเลิกรากัน เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมสามีที่รักกันมา

ตั้งหกปีจะเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างนี้ อารมณ์บางส่วนบังคับให้เธอคิดว่า

หรือสามีหมดรักซะแล้ว หรือว่าความรักหกปีที่ร่วมกันบ่มเพาะกันมามันจืดจาง

แล้วจริง ๆ ฉันฟังปัญหาของเพื่อนแล้วพยายามฉุดรั้งอารมณ์ที่กำลังพวยพุ่ง

และโอนเอนไปอย่างไร้จุดหมายของเธอให้นิ่งซะก่อนและโน้มน้าวให้เธอ

ได้คิดในอีกมุมหนึ่ง

 

ฉันคิดว่าทุกครอบครัวก็มีปัญหากันทั้งนั้นเรื่องราวของเธอเพิ่งเกิดขึ้น

ครั้งแรกในรอบหกปีของการอยู่ร่วมชายคาเดียวกันนับว่าดีกว่าหลายครอบครัว

ที่ฉันรู้จักบางครอบครัวอยู่ด้วยกันทุกวี่ทุกวันแต่ไม่เคยพูดจากันดี ๆ เลย 

บางครอบครัวสามีเตลิดไม่กลับบ้านสองสามวันส่วนอีกหลายครอบครัว

สามีติดบอล ติดบ่อน

 

ถ้าเรารู้จักหันไปมองสิ่งรอบตัวบ้างเราก็จะเห็นบางสิ่งที่มันอาจย่ำแย่กว่า

สิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ แต่ถ้าเรามัวแต่หมกมุ่นในความคิดและจมปลักอยู่กับปัญหา

เราก็จะคิดว่า โอ้โฮทำไมชีวิตฉันมันช่างเลวร้ายอย่างนี้ให้มองด้วยใจเป็นกลาง

แล้วหันไปดูครอบครัวอื่นที่เขาต้องใช้ความอดทนมากกว่าเราทั้ง ๆที่ปัญหา

ของเขารุมเร้าหนักกว่าเราหลายเท่านัก

 

ถ้าเรารู้จักปล่อยวางกับปัญหาที่เกิดซะบ้างแต่ไม่ใช่หนีปัญหาและ

ยอมรับว่าชีวิตครอบครัวมันก็เป็นอย่างนี้แหละจะสุขอะไรกันตลอดเวลาชีวิตจริง

มันไม่ใช่ฉากแต่งงานในโรงแรมหรูหราที่ปูพรมแดงโรยด้วยกลีบกุหลาบ

ให้บ่าวสาวเดินเกาะแขนเคียงคู่กันขึ้นเวทีเสมอไป

 

กลับมาที่เรื่องราวของเพื่อนกันต่อ เธอฟูมฟายว่า ทำไมสามีที่เคยรัก

ดูแลกัน แปรเปลี่ยนไป ไม่คิดถึงความรู้สึกของเธอเลย ทั้ง ที่เธอเห็นเขา

เป็นที่หนึ่งเสมอมา ไม่เป็นสองรองใคร ขนาดจะออกไปธุระ เธอยังต้องรอดูจังหวะ

เวลาของสามี ถ้าสามีอยู่บ้าน เธอก็เลือกที่จะอยู่บ้าน ผัดไปธุระวันอื่นเพราะ

อยากใช้ชีวิตอยู่กับสามีหากิจกรรมทำร่วมกันดูหนังกินข้าวนอกบ้าน

หรืออะไรก็ได้ที่เธอและเขาจะสร้างความผูกพันกันฉันสามีภรรยาทั่วไป

 

ฉันคิดว่า คนเรารักกัน ต้องยอมให้กันทุกเรื่องรึเปล่าแล้วทำไมถึงต้อง

ให้อีกฝ่ายขึ้นแท่นรับรางวัลที่หนึ่งตลอดเวลาทำเหมือนกับว่าเขาออกวิ่งก่อนใคร

นำม้วนเดียวจบ แล้วเข้าเส้นชัย ทิ้งห่างคู่แข่งสบายใจเฉิบ ฉันว่าชีวิตครอบครัว

มันต้องมีสมดุล บางครั้งเราอาจจัดให้สามีอยู่ที่สองเป็นรองงานบ้างบางครั้ง

อาจจัดให้อยู่ที่สามรองจากพ่อแม่หรือเพื่อนรักขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่า

อะไรจะสำคัญกว่ากัน แต่เขาจะไม่ถูกทิ้งให้เป็นที่โหล่ต้องอายใครลองคิด

อีกมุมว่าการติดหนึ่งในสามก็ได้ขึ้นแท่นรับรางวัลเหมือนกันเพียงแต่อาจจะ

ยืนสูงบ้าง ต่ำบ้างก็ไม่น่าจะเป็นอะไรความสำคัญไม่ได้ถูกลดทอนลง

เหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญทองแดง ก็เข้าเส้นชัยเหมือนกัน ถ้าคิดได้แบบนี้

ชีวิตคู่น่าจะดำเนินไปอย่างสบาย ๆ เพราะไม่ต้องคาดหวังว่าฉันต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ

ส่วนอีกฝ่ายก็ไม่ต้องคอยยัดเยียดเหรียญทองให้คู่ของตัวเองโดดเด่นตลอดเวลา

 

เพื่อนรักของฉันน่าจะคลายความโศกเศร้าลงได้บ้างจากนี้ไปเธอคงต้อง

ใช้ความอดทน ความหนักแน่นข้ามผ่านปัญหานี้ไปให้ได้ใช้ใจที่เย็นดั่งสายน้ำ

เป็นกาวเชื่อมความรู้สึกให้กลับมาดังเดิม เมื่ออุปสรรคมลายหายไปความเชื่อมั่น

ในกันและกัน จะเข้ามาแทนที่ความหวาดระแวง ความเข้าใจจะเข้ามาเบียดแทรก

ความน้อยใจให้ออกไปจากจิตใจที่งดงามของเธอ

 

เว้นที่ว่างให้กันและกันบ้าง แต่อย่าให้สายใยขาดจากไป เหมือน

การปลูกต้นไม้ที่ต้องมีระยะห่าง พอที่แต่ละต้นจะเติบโตแผ่กิ่งก้าน

ในอาณาเขตของตนเองได้แต่ยังอยู่ในแปลงเดียวกัน

 

ทอรัก ทอรัส 

 

The Missing Piece (Part 2)

และแล้วในที่สุด The Missing Piece ก็เป็น The Complete  จนได้

ปัญหาทางเทคนิคที่เกิดขึ้น ได้รับการแก้ไขจนสำเร็จ วันนี้เราก็เลยนัด

คู่หวานสถาปนิกมารับการ์ด 

 

สีเขียวสวยสมใจเลยล่ะ พอแกะส่วน blessing card ออกมาก็ดูเก๋ไม่เบา


อ๊ะอ๊ะรออีกนิด เดี๋ยวมีภาพให้ชม แต่ต้องรอให้ผ่านวันแต่ง

ของทั้งคู่ก่อนนะ เพราะเราอยากให้ทั้งคู่ได้ส่งการ์ดที่ไม่เหมือนใครนี้

เป็นคนแรก

  

รับประกันว่าไม่เหมือนใครจริง 

 

Simply the Best

Bridge of Love D1

 

Bridge of Love D2

 

Bridge of Love Wedding Card

 

 

วันนี้จะมาเล่าถึงลูกค้าคู่หนึ่งที่น่ารักมาก ทั้งคู่ออกแบบการ์ดของตัวเองไว้แล้ว 

ตั้งใจจะหาแค่คนทำพรีเซนท์เทชั่น แต่พอมาเจองานในเวปของเรา กลับถูกใจ

ทั้งการ์ดและพรีเซนท์เทชั่น เลยตกลงให้เราทำทั้งสองอย่าง 

 

ลูกค้าคู่นี้น่ารักทั้งหน้าตาและวิธีการติดต่องาน ตอนแรกทั้งคู่ไม่รู้ว่าจะใช้คอนเซปต์

อะไรดี แต่เราก็คุยและให้ไอเดียไป จนสุดท้ายก็ได้ออกมาเป็นสถานที่ที่ทั้งคู่พบกัน

นั่นคือ เมืองซานฟรานซิสโก และได้เลือกสะพาน Golden Gate เป็นสัญลักษณ์

ในการ์ดและพรีเซนเทชั่น

 

พอได้โจทย์ เราก็ลงมือทำ ตั้งใจอยากให้เป็นแบบอาร์ต ๆ หน่อย ทำให้ดูทีละแบบ

ลูกค้าปรับแก้อยู่ 2 ครั้ง ซึ่งเราก็เข้าใจ ทำไปทำมาลูกค้าก็นึกได้ว่ามีแม่เหล็ก

ติดตู้เย็นที่ซื้อมาจากซานฟรานซิสโกที่มีรูปสะพาน GoldenGate อยู่ ก็เลย

ถ่ายรูปมาให้เราดู เท่านั้นแหละ แป๊บเดียวผ่านฉลุย 

 

โอ้โฮ… simply the best มาก  

 

คู่นี้ชอบอะไรเรียบสุด ๆ แต่ก็ออกมาดูมีimpact ดี เราเลยใช้สะพาน 

Golden Gate นี่แหละ เป็นตัวเปิด เดินเรื่อง และปิดในพรีเซนเทชั่นซะเลย

เพราะจะได้ดูมีคอนเซปต์เดียวกัน

 

ส่วนเรื่องคำในในพรีเซนเทชั่น เราก็คิดให้ ตอนแรกว่าที่เจ้าสาวซึ่งเป็น

ครูสอนภาษาอังกฤษบอกว่าหวานไป เราเลยปรับให้ใหม่ สุดท้ายก็ลงเอย

ได้คำความหมายดี  แต่ไม่หวานจนเกินไป เหมาะสำหรับคู่นี้จริง ๆ 

 

ปล. ดูพรีเซนเทชั่นคู่นี้กี่รอบก็ไม่เบื่อซะที เพราะเห็นถึงอารมณ์อบอุ่น

และความเป็นเพื่อนอยู่ในภาพแทบทุกภาพเลย

 

The Missing Piece (Part 1)

เมื่อเดือนมกราคม เราได้รับ e-mail สอบถามเรื่องการทำการ์ดแต่งงาน

ว่าถ้ามี Concept คร่าว ๆ แล้วอยากให้เราช่วยต่อยอดจะได้ไหม

 

ได้แน่นอนอยู่แล้ว…

 

หลังจากนั้นไม่นาน ว่าที่บ่าวสาวสถาปนิกคู่นี้ก็นัดเข้ามาคุยงานกับเรา

ทั้งคู่มีไอเดียอยู่ในใจพอสมควร ตั้งแต่การ์ดแต่งงาน พรีเซ็นเทชั่น

ไปจนถึงภาพรวมของงาน (ส่วนนี้น่าจะเป็นเรื่องถนัดของทั้งคู่อยู่แล้ว)

 

เนื่องจากเป็นการออกแบบใหม่ทั้งหมด เราจึงขอเวลาเสนอราคาให้ดูก่อน

ว่าอยู่ในงบประมาณที่ตั้งไว้รึเปล่า 

 

หลังจากสรุปเรื่องราคาเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นขั้นตอนการพัฒนางาน

ซึ่งใช้เวลากันพอสมควรทีเดียว เพื่อให้ได้งานออกมาตรงใจมากที่สุด

 

วัันนี้เรานัดทั้งคู่เข้ามาดูปรู๊ฟสี แต่…

 

Oh! my god… งานดันมีอุปสรรคทางเทคนิคนิดหน่อย แต่เราก็ให้ทั้งคู่ดู

เพราะไม่อยากให้เสียเวลา และบอกกับทั้งคู่ว่าเรื่องนี้จะได้รับการแก้ไข

ตอนที่จะพิมพ์จริง 

 

ทั้งคู่ก็รับได้กับปัญหานั้น แถมใจดีซื้อขนมมาฝากเราอีกต่างหาก

หลังกลับจากธุระที่ต่างจังหวัด 

 

งานนี้สมกับคอนเซปต์ ‘The Missing Piece’ จริง ๆ ที่ไม่มีอะไรสมบูรณ์

ตั้งแต่ตอนแรก

 

แล้วจะมาเล่าให้ฟังกันต่อว่า กว่าจะเป็นการ์ด ‘The Missing Piece’ นั้น

มีที่มาที่ไปอย่างไร

 

ได้การ์ดราคาถูก แต่เสียเงินเกินความจำเป็น

เคยอ่านเจอหลายกระทู้ที่เจ้าสาวมักจะมาคุยกันว่าตัวเองซื้อการ์ดได้ราคาต่อใบถูก 

แบบก็สวยโดนใจ เลยบอกต่อเพื่อนเจ้าสาวคนอื่น ๆ ให้ใช้วิธีนี้ดูจนมีหลายคน

แห่ทำตามกัน 

 

เราอยากเสนอมุมมองให้ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาว(ส่วนใหญ่มักจะเป็นเจ้าสาว) 

ได้เห็นได้คิดอีกแง่มุมหนึ่ง มากกว่าจะเน้นที่ราคาถูกอย่างเดียว

 

สมมุติว่าเจ้าสาวคนหนึ่งเกิดไปถูกใจการ์ดสวยใบหนึ่งทั้งแบบทั้งสีราคาตกใบละ

20 บาท และต้องการสั่งจำนวน 200 ใบ เพราะตั้งใจจะเชิญแขกมาประมาณนี้

แต่เจ้าสาวรายนี้ได้ตั้งงบประมาณไว้ล่วงหน้าแล้วว่าอยากได้การ์ดตกใบละ

15 บาท เพราะไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มากเกินไปทีนี้จะทำยังไงดี…

ชอบการ์ดมาก แต่งบมีจำกัด ก็เลยต่อรองเจ้าของร้านอยู่นานแต่ได้คำยืนยันว่า

ยังไงก็ให้ได้ใบละ20 บาทอยู่ดี เธอเริ่มลังเล เลยถามเจ้าของร้านว่า ถ้าอยากได้

การ์ดแบบนี้ในราคาใบละ15 บาท จะต้องทำยังไง

 

สุดท้ายเจ้าสาวรายนี้ตัดสินใจสั่งจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น500 ใบ เพื่อจะได้ราคาต่อใบ

ถูกลงคือใบละ15 บาทตามที่ตั้งใจไว้แต่แรกจนยอมควักเงิน(500 x 15) = 7,500 บาท

จ่ายให้ร้านการ์ดไป แทนที่จะจ่ายแค่ (200 x 20) = 4,000 บาท

 

จริงอยู่ที่ราคาการ์ดต่อใบต่ำลงและเจ้าสาวอาจรู้สึกภูมิใจที่ได้การ์ดราคาถูก แต่คิด

สักนิดไหมว่าการ์ดที่เหลือจะเอาไปใช้ประโยชน์อะไรขายต่อก็ไม่ได้ เพราะพิมพ์

ชื่อบ่าวสาวไปแล้วแถมยังต้องเสียเงินส่วนต่าง7,500 – 4,000 = 1,500 บาทไปฟรี

แทนที่จะเอาเงินส่วนนี้ไปแบ่งเบาค่าใช้จ่ายส่วนอื่น เช่น ค่าแต่งหน้า ทำผมและ

อีกหลายอย่างที่ต้องใช้ในวันงานเราอยากให้เพื่อนเจ้าสาวลองตั้งคำถามและคิด

ให้ดี ๆ ว่าการที่ได้ราคาการ์ดต่อใบถูกมันคุ้มจริงหรือเปล่าน่าจะเป็นเรื่องเสียน้อย

เสียยากเสียมากเสียง่ายเพราะไหนจะต้องเสียเงินไปเปล่า ๆ แล้วยังเสียกระดาษ

ซึ่งเป็นทรัพยากรมีค่าไปอีกเยอะเลย (ยุคนี้ ต้องช่วยกันประหยัดและอนุรักษ์

สิ่งแวดล้อมนะจ๊ะ)

 

บ่าวสาวท่านใดมีความคิดเห็น ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย มาร่วมแบ่งปันกันได้จ้า

 

ที่ปรึกษากับงานบริการ

Love Airways Envelope

เมื่อต้นปี มีลูกค้าเป็นนักบินและแอร์โฮสเตสโทรมา จะให้เราทำการ์ด

เพราะได้เห็นตัวอย่างการ์ด Love Flight ของเราจาก WE Magazine

ทั้งคู่มีธีมงานและไอเดียอยู่บ้างแล้ว เราก็เลยนัดมาคุย ต่อยอดความคิดกัน

และตั้งแต่นั้นเราก็กลายเป็นที่ปรึกษาสารพัดเรื่อง สำหรับคู่นี้เราแทบจะ

เป็นพี่เป็นน้อง ไม่ใช่แค่ลูกค้าแล้วละ 

 

วันนี้มีนัดส่งงานกับหนุ่มหล่อ (F/O) และสาวสวย (F/A) คู่นี้ ทั้งคู่ไม่ค่อยมีเวลา

เพราะส่วนใหญ่อยู่บนเครื่องบินซะมากกว่าหรือถ้าช่วงไหนพอมีเวลา

ก็ว่างไม่ค่อยจะตรงกัน แต่พอวันไหนที่ไม่มี flight ทั้งคู่ก็จะรีบมาจัดการและดูแล

งานแต่ง  ซึ่งก็ใกล้เข้ามาทุกที เดือนพฤษภาคมนี่แล้วละ


วันนี้เรานัดกันไว้ตอน 10 โมงเช้า แต่ว่าที่เจ้าบ่าวมีเหตุต้องบินด่วน เลยต้องเลื่อน

เวลานัดเป็นช่วงบ่ายแทน ส่วนว่าที่เจ้าสาวก็ขอเข้ามาก่อนเวลานัดนิดหน่อย เพื่อให้เรา

ช่วยสอนการเตรียมไฟล์สำหรับพิมพ์ซองให้ ก็ใช้เวลากันไปประมาณหนึ่ง เราให้

ทดลองพิมพ์กับซองและเครื่องพิมพ์ที่จะใช้งานจริงด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าใช้งานได้

อย่างดีไม่มีพลาด ผลออกมา O.K. :-) สบายใจกันไป 


หลังจากนั้นก็คุยคอนเซปต์งานพรีเซ็นเทชั่นกันต่อ ก่อนหน้านั้นเราคุยกันคร่าว ๆ

ไปประมาณหนึ่งแล้วทั้งเรื่องคอนเซปต์ การนำเสนอ จำนวนรูปที่ต้องใช้ การเตรียม

ไฟล์รูป เพลงที่จะใช้ประกอบ วันนี้ทั้งคู่ก็นำไฟล์รูปที่แบ่ง folder ไว้เรียบร้อย

เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการทำงานมาให้ตามที่คุยกันไว้ พร้อมกับรายชื่อเพลง

ที่ทั้งคู่เลือกไว้ให้ เพื่อจะได้ทำงานต่อให้ทันเวลา


วันนี้ เราส่งมอบงานให้หนุ่มหล่อ สาวสวย 3 อย่างคือ 1) การ์ดแต่งงาน 2) ซองใส่

การ์ดตามคอนเซปต์ 3) ซองสำหรับจัดส่งทางไปรษณีย์ ทันตามเวลาที่นัดหมาย

 

วันหน้า เราจะมาเล่าให้ฟังต่อถึงเรื่องขั้นตอนและการทำการ์ดแต่งงาน

รวมทั้งพรีเซ็นเทชั่นของงานคอนเซปต์ชุดนี้กันต่อ

 

อย่าลืมติดตามนะ 

 

 

Home Sweet Home (4)

บรรยากาศงานเลี้ยง
โทนสีส้ม ฟ้า สะดุดตาสุด ๆ โรงแรมจัดให้ได้ดัังใจจริง ๆ 
 
Home Sweet Home Decoration
 
Home Sweet Home Decoration



Home Sweet Home Decoration

หน้างานต้อนรับแขกด้วยน้ำแข็งแกะสลักรูปบ่าวสาวเหมือนรูปหน้าการ์ด
ส่วนด้านในห้องตกแต่งด้วยก้อนน้ำแข็งรูปบ้านตามคอนเซปต์การ์ด

 

Home Sweet Home Decoration

หนีบรูปถ่าย Lifestyle และท่องเที่ยวของบ่าวสาวไว้หน้างาน
ให้แขกรู้จักทั้งคู่ได้มากขึ้น


Home Sweet Home Decoration

เพิ่มความเก๋อีกนิดด้วยการให้แขกเขียนอวยพรในการ์ด
ที่วางเรียงรายพร้อมอยู่บนโต๊ะ แล้วหย่อนในตู้ไปรษณีย์รูปบ้าน 
เหมือนได้ส่งการ์ดอวยพรให้บ่าวสาวด้วยตนเเอง


Home Sweet Home (3)

Home Sweet Home Wedding Card 1

การ์ดแต่งงาน 

ด้านหน้า ออกแบบเป็นรูปบ้านตามคอนเซปต์ที่วางไว้และตัดเจาะ หน้าต่าง 
มองทะลุเห็นกรอบรูปบ่าวสาวที่อยู่ในบ้าน พร้อมคำภาษาไทยที่คิดขึ้นมา
พิเศษเฉพาะบ่าวสาว

ด้านหลัง เป็นการ์ดอวยพรในตัว ให้แขกเขียนแล้วมาหย่อนที่หน้างาน
พร้อมคำภาษาอังกฤษที่คิดขึ้นมาพิเศษเฉพาะบ่าวสาว  

« เรื่องที่เก่ากว่า เรื่องที่ใหม่กว่า »