D&C Wedding Blog

Love Story Cards & Presentations

ที่หนึ่งหรือที่ว่าง 27 มีนาคม , 2008

กริ๊งกริ๊งกริ๊ง
 
เย็นวันหนึ่งเพื่อนรักโทรมาหาบอกว่ามีปัญหา ไอ้เราก็เล่นมุขซะเลย
บอกว่าไม่ตอบจ้ะ แต่ เอน้ำเสียงปลายทางเงียบไปสักครู่ ไม่ต่อมุขแฮะ ฉันก็เลย
หยุดคึก หันมาทำน้ำเสียงจริงจังขึ้นอีกนิดสงสัยว่าเพื่อนจะมีปัญหาหนักอกหนักใจ
แล้วก็เป็นดังที่คิด

 

เพื่อนรักเริ่มระบายพรั่งพรูความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในใจทีแรกน้ำเสียงก็ราบเรียบดี

อยู่หรอก แต่เอ๊ะ จู่  ทำไมน้ำเสียงดันขาดช่วงแถมยังมีเสียงสะอึกสะอื้นแทรก

เป็นระยะ ชักแปลก  ฉันเริ่มใจไม่ดีเหตุการณ์มันจะหนักหนาไม่เนี่ยฉันคิดในใจ

แล้วเธอก็เริ่มเล่าว่า

 

พักนี้สามีสุดที่รักของเธอมีอาการแปลก ๆ วันทำงานจันทร์ถึงศุกร์กลับซะ

ดึกดื่น บอกว่ามีงานเลี้ยง วันเกิดเพื่อนบ้าง ไปส่งลูกน้องบ้างบางทีก็ติดเลี้ยงลูกค้า

พอกลับถึงบ้าน พ่อเจ้าประคุณก็สร้างโลกส่วนตัวนั่งเล่นเกมคอมพิวเตอร์ 

แชทกับเพื่อนในโลกไซเบอร์ คุยจนหนำใจ แล้วก็เดินเข้าห้องนอนหน้าตาเฉย

ซ้ำร้ายวันเสาร์อาทิตย์ก็อยู่ไม่ติดบ้านอย่างเก่งก็แค่ช่วงเช้าพอเข็มสั้นนาฬิกา

ชี้ที่เลขสิบสอง เขาก็เป็นหาเรื่องต้องออกจากบ้านไปห้างสรรพสินค้าบ้าง

ไปต่างจังหวัดกับเพื่อนบ้าง กว่าจะเข้าบ้านได้ ก็โน่นปาไปสี่ห้าทุ่ม

แถมพอกลับมาก็ยังไม่สนใจภรรยาอีกเข้านอนไปซะดื้อ ๆ 

 

ฉันตั้งอกตั้งใจฟังปัญหาของเพื่อน พอเล่าเสร็จ เพื่อนก็ถามว่าเธอต้อง

ทำยังไงฉันก็ตอบไปว่า สงสัยต่อมติสท์แตกล่ะมั้งแล้วก็ทั้งปลอบ ให้กำลังใจ

ให้สติ ให้เธอได้หยุดคิดถึงเหตุผลของฝั่งสามีบ้างก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปกว่านี้ 

 

เขาอาจอยากใช้ชีวิตโสดชั่วคราวไปอยู่กับเพื่อนอยู่กับงานที่ตัวเองรัก

อยู่กับตัวเองแต่ไม่ได้ หมายความว่า เขาเห็นเราเป็นอากาศธาตุ หมดความหมาย

 

เธอคิดเลยเถิดถึงขั้นเลิกรากัน เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมสามีที่รักกันมา

ตั้งหกปีจะเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างนี้ อารมณ์บางส่วนบังคับให้เธอคิดว่า

หรือสามีหมดรักซะแล้ว หรือว่าความรักหกปีที่ร่วมกันบ่มเพาะกันมามันจืดจาง

แล้วจริง ๆ ฉันฟังปัญหาของเพื่อนแล้วพยายามฉุดรั้งอารมณ์ที่กำลังพวยพุ่ง

และโอนเอนไปอย่างไร้จุดหมายของเธอให้นิ่งซะก่อนและโน้มน้าวให้เธอ

ได้คิดในอีกมุมหนึ่ง

 

ฉันคิดว่าทุกครอบครัวก็มีปัญหากันทั้งนั้นเรื่องราวของเธอเพิ่งเกิดขึ้น

ครั้งแรกในรอบหกปีของการอยู่ร่วมชายคาเดียวกันนับว่าดีกว่าหลายครอบครัว

ที่ฉันรู้จักบางครอบครัวอยู่ด้วยกันทุกวี่ทุกวันแต่ไม่เคยพูดจากันดี ๆ เลย 

บางครอบครัวสามีเตลิดไม่กลับบ้านสองสามวันส่วนอีกหลายครอบครัว

สามีติดบอล ติดบ่อน

 

ถ้าเรารู้จักหันไปมองสิ่งรอบตัวบ้างเราก็จะเห็นบางสิ่งที่มันอาจย่ำแย่กว่า

สิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ แต่ถ้าเรามัวแต่หมกมุ่นในความคิดและจมปลักอยู่กับปัญหา

เราก็จะคิดว่า โอ้โฮทำไมชีวิตฉันมันช่างเลวร้ายอย่างนี้ให้มองด้วยใจเป็นกลาง

แล้วหันไปดูครอบครัวอื่นที่เขาต้องใช้ความอดทนมากกว่าเราทั้ง ๆที่ปัญหา

ของเขารุมเร้าหนักกว่าเราหลายเท่านัก

 

ถ้าเรารู้จักปล่อยวางกับปัญหาที่เกิดซะบ้างแต่ไม่ใช่หนีปัญหาและ

ยอมรับว่าชีวิตครอบครัวมันก็เป็นอย่างนี้แหละจะสุขอะไรกันตลอดเวลาชีวิตจริง

มันไม่ใช่ฉากแต่งงานในโรงแรมหรูหราที่ปูพรมแดงโรยด้วยกลีบกุหลาบ

ให้บ่าวสาวเดินเกาะแขนเคียงคู่กันขึ้นเวทีเสมอไป

 

กลับมาที่เรื่องราวของเพื่อนกันต่อ เธอฟูมฟายว่า ทำไมสามีที่เคยรัก

ดูแลกัน แปรเปลี่ยนไป ไม่คิดถึงความรู้สึกของเธอเลย ทั้ง ที่เธอเห็นเขา

เป็นที่หนึ่งเสมอมา ไม่เป็นสองรองใคร ขนาดจะออกไปธุระ เธอยังต้องรอดูจังหวะ

เวลาของสามี ถ้าสามีอยู่บ้าน เธอก็เลือกที่จะอยู่บ้าน ผัดไปธุระวันอื่นเพราะ

อยากใช้ชีวิตอยู่กับสามีหากิจกรรมทำร่วมกันดูหนังกินข้าวนอกบ้าน

หรืออะไรก็ได้ที่เธอและเขาจะสร้างความผูกพันกันฉันสามีภรรยาทั่วไป

 

ฉันคิดว่า คนเรารักกัน ต้องยอมให้กันทุกเรื่องรึเปล่าแล้วทำไมถึงต้อง

ให้อีกฝ่ายขึ้นแท่นรับรางวัลที่หนึ่งตลอดเวลาทำเหมือนกับว่าเขาออกวิ่งก่อนใคร

นำม้วนเดียวจบ แล้วเข้าเส้นชัย ทิ้งห่างคู่แข่งสบายใจเฉิบ ฉันว่าชีวิตครอบครัว

มันต้องมีสมดุล บางครั้งเราอาจจัดให้สามีอยู่ที่สองเป็นรองงานบ้างบางครั้ง

อาจจัดให้อยู่ที่สามรองจากพ่อแม่หรือเพื่อนรักขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่า

อะไรจะสำคัญกว่ากัน แต่เขาจะไม่ถูกทิ้งให้เป็นที่โหล่ต้องอายใครลองคิด

อีกมุมว่าการติดหนึ่งในสามก็ได้ขึ้นแท่นรับรางวัลเหมือนกันเพียงแต่อาจจะ

ยืนสูงบ้าง ต่ำบ้างก็ไม่น่าจะเป็นอะไรความสำคัญไม่ได้ถูกลดทอนลง

เหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญทองแดง ก็เข้าเส้นชัยเหมือนกัน ถ้าคิดได้แบบนี้

ชีวิตคู่น่าจะดำเนินไปอย่างสบาย ๆ เพราะไม่ต้องคาดหวังว่าฉันต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ

ส่วนอีกฝ่ายก็ไม่ต้องคอยยัดเยียดเหรียญทองให้คู่ของตัวเองโดดเด่นตลอดเวลา

 

เพื่อนรักของฉันน่าจะคลายความโศกเศร้าลงได้บ้างจากนี้ไปเธอคงต้อง

ใช้ความอดทน ความหนักแน่นข้ามผ่านปัญหานี้ไปให้ได้ใช้ใจที่เย็นดั่งสายน้ำ

เป็นกาวเชื่อมความรู้สึกให้กลับมาดังเดิม เมื่ออุปสรรคมลายหายไปความเชื่อมั่น

ในกันและกัน จะเข้ามาแทนที่ความหวาดระแวง ความเข้าใจจะเข้ามาเบียดแทรก

ความน้อยใจให้ออกไปจากจิตใจที่งดงามของเธอ

 

เว้นที่ว่างให้กันและกันบ้าง แต่อย่าให้สายใยขาดจากไป เหมือน

การปลูกต้นไม้ที่ต้องมีระยะห่าง พอที่แต่ละต้นจะเติบโตแผ่กิ่งก้าน

ในอาณาเขตของตนเองได้แต่ยังอยู่ในแปลงเดียวกัน

 

ทอรัก ทอรัส 

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s